วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

ฉันไม่พูดภาษาไทย (I Don't Speak Thai)-Maggie Rosenberg

ฉันไม่พูดภาษาไทย (I Don't Speak Thai)-Maggie Rosenberg


 
 
 

Thai Practice ~ ฝรั่งพูดไทย

Thai Practice ~ ฝรั่งพูดไทย



 
 

 

 

สอนภาษาไทย กลางกรุงนิวยอร์ค

สอนภาษาไทย กลางกรุงนิวยอร์ค



 



ฝรั่งรู้จักเมืองไทยแบบไหน

ฝรั่งรู้จักเมืองไทยแบบไหน


 

 


คนไทยในต่างประเทศ

คนไทยในต่างประเทศ





ชีวิตไทยในต่างแดน





คลิปท่องเที่ยวต่างแดน (1) ฟิลิปปินส์

คลิปท่องเที่ยวต่างแดน (1) ฟิลิปปินส์ 








วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

10 ประเทศอากาศดีที่สุดในโลก

1. สาธารณรัฐมอลตา






สภาพอากาศที่มอลตาถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป กล่าวคือ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน มีแสงแดดเฉลี่ยวันละ 5.2 ช.ม. ไม่เว้นแม้กระทั่งในเดือนธันวาคม (ขณะที่หลายประเทศในแถบยุโรปกำลังมีหิมะตก หนักและต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ แต่มอลตากลับแทบไม่เคยได้สัมผัสหิมะเลย) อย่างไรก็ตาม มอลตาอาจมีฝนตกหนักบ้างบางช่วง แต่มักเกิดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
น่าเสียดายที่เกาะมอลตามีหาดทรายไม่กี่แห่ง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะบนเกาะมอลตามีกิจกรรมให้ทำมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนซึ่งจะมีงานรื่นเริงให้ร่วมเฉลิมฉลองกัน อย่างสนุกสนาน และมีการจุดดอกไม้ไฟอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการดำน้ำและล่องเรือใบ มอลตาจะเป็นสวรรค์สำหรับคุณ แต่ถ้าใครไม่ค่อยปลื้มกีฬาทางน้ำก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกมากมาย อาทิ ตีกอล์ฟ ขี่ม้า แข่งวิ่ง ฯลฯ หรือถ้าชอบดูหนัง ฟังเพลงคลาสสิก ท่ามกลางบรรยากาศเก่าๆ แบบย้อนยุค ในเมืองหลวงของมอลต้าที่มีชื่อว่า “วัลเลตตา” ยังเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของยุโรป ซึ่งที่นั่นจะมีการแสดงโอเปร่า ละครเวที ฉายภาพยนตร์ รวมถึงการแสดงดนตรี และบัลเล่ต์ ให้ชมกันอย่างจุใจตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคม

2. สาธารณรัฐเอกวาดอร์



เอกวาดอร์ อยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ โดยตั้งอยู่ในบริเวณเส้นศูนย์สูตร พรมแดนทางตอนเหนือจรดโคลัมเบีย ทางตะวันออกและทางใต้ติดกับประเทศเปรู และมีชายฝั่งทางตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิก
ด้วยความที่ตั้งอยู่บริเวณเส้น ศูนย์สูตร เอกวาดอร์ (ทั้งประเทศ) จึงได้รับแสงแดดแบบเต็มๆ ถึง 12 ช.ม. ต่อวัน และ 365 วันต่อปี แต่เนื่องจากเอกวาดอร์มีสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน 3 ลักษณะ กล่าวคือประกอบด้วย พื้นที่ๆ เป็นภูเขา ป่าฝน และพื้นที่แถบชายฝั่งทะเลแปซิฟิก ดังนั้นในแต่ละพื้นที่จึงมีสภาพอากาศที่แตกต่างกัน

3. สาธารณรัฐเม็กซิโก




เม็กซิโกตั้งอยู่ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ทิศเหนือติดสหรัฐฯ ทิศใต้ติดกัวเตมาลาและเบลิซ ทิศตะวันออกติดอ่าวเม็กซิโกและทะเลแคริบเบียน ส่วนทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิกและอ่าวแคลิฟอร์เนีย
ประเทศเม็กซิโกมีสภาพอากาศที่หลากหลาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสูงของพื้นที่ ตลอดจนกระแสลมและน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก… พื้นที่ บริเวณชายฝั่งของประเทศเม็กซิโกจะมีสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแหลมยูกาตังและพื้นที่ลุ่มต่ำทางตอนใต้ของประเทศ ส่วนพื้นที่ๆ อยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 900 เมตรขึ้นไปจะมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น

4. สาธารณรัฐโคลัมเบีย



โคลัมเบีย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ทิศเหนือติดทะเลแคริบเบียน ทิศตะวันออกติดเวเนซุเอลาและบราซิล ทิศใต้ติดเปรูและเอกวาดอร์ ทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิกและปานามา
เนื่องจากประเทศโคลัมเบีย ตั้งอยู่ ใกล้เส้นศูนย์สูตร สภาพอากาศโดยทั่วไปจึงมีลักษณะร้อนชื้นและมีอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปี หากจะมีอุณหภูมิแตกต่างไปจากเดิมบ้าง (เพียงเล็กน้อย) ก็มีสาเหตุอันเนื่องมาจากฝนตกนั่นเอง

5. ประเทศออสเตรเลีย

ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณ ชายฝั่งทางด้านตะวันออกซึ่งมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็น และอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลียมีแดดออกโดยเฉลี่ยมากกว่า 3,000 ช.ม./ปี โดยในช่วงฤดูร้อน (ธ.ค.-มี.ค.) ที่นั่นจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 29 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงฤดูหนาว (มิ.ย.-ส.ค.) จะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยที่ 13 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ จะพบว่าออสเตรเลียเป็นทวีปที่แห้งแล้งมาก พื้นที่กว่า 80% ของประเทศมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่า 600 ม.ม.ต่อปี คงมีเพียงทวีปแอนตาร์กติกาเท่านั้น ที่มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าทวีปออสเตรเลีย จึงเหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ที่ชื่นชอบอากาศเย็น และไม่ชอบความเปียกชื้นเฉอะแฉะของฤดูฝน

6. ประเทศอุรุกวัย

อุรุกวัย เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ ทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศบราซิล ทิศตะวันตกจรดแม่น้ำอุรุกวัย ทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดปากแม่น้ำรีโอเดลาปลาตา ส่วนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้จรดมหาสมุทรแอตแลนติกใต้
ประเทศอุรุกวัยมีสภาพอากาศแบบกึ่งร้อน และชื้นในบางพื้นที่ ทั้งยังมีฝนตกบ้างประปราย อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศของอุรุกวัยในแต่ละพื้นที่จะไม่แตกต่างกันมากนัก และเนื่องจากประเทศนี้ไม่มีภูเขาจึงทำให้มีกระแสลมไหลเวียนมาจากภูมิภาค อื่นๆ เช่น ในช่วงฤดูร้อนอากาศจะอุ่นถึงร้อน เพราะได้รับอิทธิพลของลมร้อนที่พัดมาจากประเทศบราซิล ส่วนในช่วงฤดูหนาวอากาศจะเย็นถึงหนาว โดยมีกระแสลมที่พัดมาจากขั้วโลกเป็นตัวแปรสำคัญ

 7. สาธารณรัฐอาร์เจนตินา



ประเทศอาร์เจนตินา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ มีพรมแดนด้านตะวันตกติดกับชิลี ทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดปารากวัย โบลิเวียและบราซิล ส่วนทิศตะวันออกติดกับอุรุกวัยและมหาสมุทรแอตแลนติก
อาร์เจนตินา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสภาพอากาศหลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ นับตั้งแต่กึ่งร้อนกึ่งอบอุ่น ฝนตกชุก ไปจนถึงขั้นมีหิมะตก โดยตอนเหนือของประเทศจะมีลักษณะอากาศแบบกึ่งร้อน ขณะที่ตอนกลางอากาศจะร้อนชื้น ส่วนทางตอนใต้ของประเทศจะมีสภาพอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะบริเวณตอนใต้สุดของประเทศ ซึ่งจะมีลักษณะอากาศแบบแอนตาร์กติก (เป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี)

8. สาธารณรัฐแอฟริกาใต้



สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เป็นประเทศอิสระที่อยู่ตอนปลายทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา มีพรมแดนติดกับ ประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวานา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก และ ประเทศสวาซิแลนด์
แอฟริกาใต้เป็นอีกประเทศที่มีสภาพภูมิ อากาศหลากหลาย นับตั้งแต่สภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ กึ่งร้อนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงอากาศหนาวเย็นบริเวณที่ราบสูงตอนใน และสภาพอากาศแบบทะเลทรายทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ 

9. สาธารณรัฐอิตาลี



อิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรปและตอนเหนือของแอฟริกา โดยมีลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ร้อยละ 75 เป็นภูเขาและที่ราบสูง ทิศเหนือติดประเทศสวิตเซอร์ แลนด์และออสเตรีย ทิศใต้ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันตกติดประเทศฝรั่งเศสและทะเลไทเรเนียน ทิศตะวันออกติดทะเลอาเดรียติก และอยู่ตรงข้ามกับสโลเวเนีย โครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย

10. สาธารณรัฐฝรั่งเศส




ฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรป ทิศเหนือติดกับช่องแคบอังกฤษ ประเทศเบลเยียม และลักเซมเบิร์ก ทิศตะวันออกติดกับเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ส่วนทิศใต้ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อันดอร์รา และสเปน
โดยทั่วไปฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีอากาศเย็น แต่ก็มีสภาพอากาศที่หลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูหนาวจะอยู่ที่ประมาณ 0-7 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 16-24 องศาเซลเซียส

credithttp://paow007.wordpress.com/2010/01/20/10-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99/
   

 
 
 
 
 

10 อันดับประเทศยอดฮิตที่คนไทยนิยมไปเที่ยว

10 อันดับประเทศยอดฮิตที่คนไทยนิยมไปเที่ยว ..

อันดับ 10 – อเมริกา ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นประเทศยอดฮิต ที่ยังไงก็ไม่เคยตกหล่นไปจากรายการท่องเที่ยวของคนไทยได้เลย เพราะอเมริกามีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย ซ้ำยังมีคนไทย อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย แม้ว่าปีนี้จะอยู่ในอันดับท้ายสุด เนื่องจากมาตรการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นประเทศยอดฮิตตลอดกาล



อันดับ 9 – อิตาลี ไม่เพียงแต่เป็นต้นตำรับอาหารอิตาเลี่ยนที่ อร่อยล้ำเท่านั้น แต่ประเทศอิตาลี ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงาม และเป็นเอกลักษณ์ คนไทยจึงตบเท้ากันไปพิสูจน์ความงามกันถึงที่ ทำให้ประเทศนี้ ติดโผเข้ามาเป็นอันดับที่ 9 ค่ะ





อันดับ 8 – ฝรั่งเศส ประเทศฝรั่งเศส เปรียบได้ว่า เป็นมหานครแห่งความโรแมนติก ที่คู่รักต่างจูงมือกัน ซื้อตั๋วเครื่องบินไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันหลายต่อหลายคู่ ในขณะที่ขาช็อปทั้งหลาย ก็นิยมไปซื้อสินค้าแบรนด์เนม ส่วนใครที่เป็นคอศิลปะ ก็อดไม่ได้ที่จะไปเยี่ยมชมศิลปะอันเอกลักษณ์เลื่องชื่อ ทำให้ฝรั่งเศส ไม่เคยตกไปจากโผการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตเช่นเดียวกับอเมริกา



อันดับ 7 – นิวซีแลนด์ หนีไม่พ้นประเทศนิวซีแลนด์ค่ะ นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ แต่กลับเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ทั้งยอดเขาสูง ทะเลสาบ และบ่อน้ำพุร้อน ทำให้ที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอังกฤษนอกเกาะอังกฤษเลยนะ





อันดับ 6 – ออสเตรเลีย คือประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติที่รวบรวมความสวยงามของภูเขา น้ำตก ต้นไม้ ดอกไม้ และแมลง เข้าไว้ด้วยกัน 





อันดับ 5 – จีน ประเทศจีนถือได้ว่าเป็นชาติที่มีความผูกพัน และมีความใกล้ชิดกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งหากนับดูประชากรไทย ที่มีเชื้อสายจีน ก็เรียกได้ว่า นับไม่ถ้วนเลยทีเดียว เพราะทั้งสองเชื้อชาติ ได้ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันมาเป็นเวลานาน ทำให้ปีๆ หนึ่ง มีคนไทยและคนจีน เดินทางข้ามไปมา เพื่อท่องเที่ยวและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันเป็นจำนวนมาก





อันดับ 4 – สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีผสมผสานศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่ยังคงความเป็นสมัยใหม่กับวัฒนธรรมอันเก่าแก่ได้อย่างกลม กลืน แม้จะมีพื้นที่ขนาดเล็ก (ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตบ้านเราเล็กน้อย) แต่ก็พรั่งพร้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้งมากมาย ที่ทำให้คนไทยเพลินเพลินกับการจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบายใจ





อันดับ 3 – ฮ่องกง ฮ่องกงถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่คนไทยนิยมมาเที่ยว เพราะมีชื่อเสียงทางด้านแหล่งช้อปปิ้ง ที่มีสินค้าราคาถูกและของแบรนดืเนมให้เลือกช็อปกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยี่ยมเยียนมากมาย อาทิ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์, โอเชี่ยน พาร์ค, วิคตอเรีย พีค เป็นต้น ที่สำคัญยังมีอาหารจีนอร่อยๆ ให้ลองลิ้มชิมรสกันอีกด้วย 





อันดับ 2 – ญี่ปุ่น ถึงแม้ในปี 2553 นี้ จะไม่ค่อยได้เห็นซีรี่ส์จากประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสการท่องเที่ยวแดนปลาดิบตกลงไปมากนัก เพราะที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของคนไทยอีกหลายคนที่อยากจะเดิน ทางไปสัมผัสกับวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ญึ่ปุ่นจึงรั้งอันดับ 2 ตามติดที่ 1 มาห่างๆ





อันดับ 1 – เกาหลี ประเทศเกาหลีแซงทุกโค้งจริงๆ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะกระแสละครซีรี่ส์ที่ฮอตฮิตติดลมบน บวกกับความแรงของดารา ศิลปินแดนกิมจิ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเรียกเรตติ้ง ทำให้ปีนี้ เกาหลี เข้ามาตีตลาดการท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยซะกระจุย คว้าที่ 1 ไปครอง ชนิดนอนมาเลยทีเดียว






credit : http://www.yellowpages.co.th/content/120308172641
 สาเหตุที่อยากไปต่างประเทศ ><

ทำไมอยากไปอยู่เมืองนอก??
ตอบคำถามกับตัวเองข้อนี้ให้ได้ก่อนดีมั๊ย??
ไปเที่ยว กับ ไปอยู่ มันต่างกันราวๆ ตุ่มใส่น้ำ กะ ขันรองน้ำฝนรั่วจากหลังคา นะคะ!!
ถ้าคำตอบของคุณคือ “ไม่รู้” หรือ “แค่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กนอก” งั้นเราว่านายอยู่บ้านเถอะ!! นะ!!  อยู่บ้านชิวๆ ให้สวยหรู จู้ฮุกกรู
อยู่กะบ้านน่าจะเก๋กว่ามาก

แต่!!!... ถ้าคำตอบของนาย มันมีมากมายก่ายกอง นอกเหนือจากไอ้ 2 คำตอบข้างบนนั่น
ถ้าคำตอบของนายมันแน่นอก ต้องยกออก...(จะร้องเพลงทำไมเนี่ย??) จนอยากจะระเบิดความเป็นตัวเองออกมา เรา...อยากเดิน
เข้าไปตบไหล่ข้างขวาของนายเบาๆ แล้วพูดกับนายว่า “เตรียมตัวให้พร้อม ซักซ้อมให้ดี พูดอย่าให้มีเอ้ออ้า แล้วไปเอาวีซ่ามาให้ได้!!!”
ต่อจากนั้น.......”เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า แล้วมุ่งหน้า ข้ามน้ำข้ามทะเล ไปมีชีวิตฮู่เล ฮู่เล่ กันเถอะ!!!”

แล้วผู้เขียนหล่ะ???
ผู้เขียนตอบคำถามกับตัวเองว่าอย่างไรจ๊ะ???
เราเหรอ???......เราเป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนนึงที่ถูกถีบแรงๆจากพี่ชายผู้เป็นที่รัก ด้วยถ้อยคำเก๋ๆว่า
“โง่ๆอย่างนี้ไปเรียนเมืองนอกเถอะ!!!!!”
นายเห็นมั๊ย ว่าคำตอบของเราต่างออกไปจากด้านบน เราจึงเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป่าใบใหญ่ สูงเกือบถึงเอว

ครืดดดด....ครืดดดด......เสียงลากมัน 2 ใบเดินออกจากบ้านด้วยน้ำตา (จากมาสคาร่าปัดขนตาบน ตอนนี้เลอะลงมาอยู่ที่ขนตาล่าง
มองแล้วคล้ายๆแพนด้าในสวนสัตว์ แต่ไม่น่ารักเท่าหลินปิง)  
เราเคยท่องเที่ยวต่างประเทศหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่จะไปเพื่ออยู่ ความกลัวพิลึก กระตุกต่อมน้ำตาได้เป็นอย่างดี

ถึงสนามบินแล้ว....เรายังนั่งทำหน้าเป็นหมาป่วยอยู่บนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีชมพู
คนมาส่งเราให้รึ่ม ๆ ๆ เลย พ่อแม่ ญาติพี่น้ อง เพื่อนร่วมงาน รวมถึงพี่ๆสื่อมวลชน (เอ๊ะ!! มีนักข่าวด้วยเหรอ อีผู้หญิงคนนี้เป็นใครเนี่ย??
นางบอกนางเป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนนึงนะ?? แล้วทำไมมีนักข่าวไปส่งด้วยหล่ะ??) ...เราเป็นพีอาร์ให้บริษัทรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งอยู่หลายปี
เราทำงานร่วมกับพี่ๆสื่อมวลชนสายรถยนต์ และคงไม่แปลกอะไร ถ้าความรักใคร่ปรองดองแบบพี่ๆน้องๆจะเกิดขึ้นระหว่าง(อดีต)พีอาร์
กะ นักข่าว จริงมั๊ยคะ??

งานที่ทำก็สนุกอยู่แล้วนี่ จะไปเมืองนอกทำไมย๊ะ?? (นายนึกถามเราในใจใช่ป่ะ เราได้ยินนะ)
จริงอยู่...เราสนุกกับงานที่ทำ และ enjoy กับชีวิตในแบบที่เป็นเรา ตลอดเวลาที่ผ่านมา สื่อมวลชน กับ รถยนต์ ทำให้ชีวิตการทำงาน
ในแต่ละวันหมุนติ้ว ๆ ๆ (หมายถึงหมุนเร็วนะคะ) แต่สำหรับตอนนี้ วันนี้ เราตัดสินใจแล้ว ว่าจะหยุดทุกอย่างไว้ตรงนี้ก่อน เราเลือกที่จะหยุด
เพื่อคว้าประสบการณ์อีกก้าวหนึ่งในชีวิต ที่ไม่ใช่ทุกคนสามารถเลือกทำอย่างเราได้ เพราะมันอาศัยหลายๆปัจจัย เช่น ติดเรื่องสุขภาพ
ติดบ้าน ติดครอบครัว ติดเรื่องเรียน ติดเรื่องงาน ติดเรื่องเงิน หรือ ติดคนรัก!!!

อย่าปฏิเสธเลยนะนาย เพราะทุกอย่างที่เราเอ่ยมา มันเป็นปัจจัยสำคัญๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจทั้งนั้น
วันนี้เราจะวางทุกอย่างเอาไว้ที่ สยามประเทศ!!! แล้วมองออกไปข้างหน้า ไปดู ไปรู้ ไปเห็น ที่ๆไม่ใช่ ประเทศไทยอันเป็นที่รัก เมื่อทุกอย่างพร้อม เราก็พยักหน้า “หงึกๆ” และพูดกับตัวเองในใจว่า   “กูพร้อมแล้ว!!!........................เหรอวะ?????”

แม่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่น่าฟังว่า “หยุดร้องแล้ว...เก่งมาก...อย่าร้องเยอะ...เสียดายเครื่องสำอางค์...อุตส่าห์แต่งหน้า!!”
“............แง้!!!” เราร้องไห้โฮกกกกใหญ่ (แสดงออกถึงความหน้าใหญ่ ใจปล้ำ เครื่องสำอางค์มีค่าเล็กน้อยนักสำหรับนาง)
แต่หัวใจนี่สิ ใจเต้นตึก ๆ ๆ เหมือนอยากจะกระเด็นออกมาเต้น Hip Hop อยู่ข้างนอก ท้องไส้ปั่นป่วน กังวล หวาดกลัว น้ำตาที่
พยายามอั้นไว้ ตุ่ยๆ อึนๆ คล้ายๆอั้นขี้ ตอนนี้เราไม่อั้นแล้ว เราปล่อยแล้ว เอาให้สุดดด ปล่อยให้สุดดดด (เราหมายถึงร้องไห้นะ  ไม่ใช่ขี้)

“อยู่ได้จนกว่าลูกจะเบื่อ...” คือคำอวยพรที่พ่อให้
“คนอย่างลูกเคยกลัวอะไรที่ไหน แล้วลูกจะเก่ง...เชื่อแม่!!” นี่เป็นพรจากแม่
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...จะเหงา...จะเศร้า..จะคิดถึงบ้านมากแค่ไหน...ห้ามกลับนะ!!! (เพราะกูจ่ายไปเยอะแล้ว)”
พี่ชายที่แสนดีพูดปลอบใจดังๆ อย่างตรงไปตรงมา
“ไอ้น้อง นี่เป็นโอกาสหนึ่งที่ดีในชีวิตของแก มีคนอีกตั้งมากมายอยากได้โอกาสแบบนี้ เพราะทุกคนในครอบครัว พร้อมที่จะหยิบยื่น
สิ่งที่ดีที่สุดให้แก แล้วเมื่อแกได้มันแล้วต้องคว้าเอาไว้นะ มันยากนิดเดียว ก็อีตอนที่แกตัดสินใจเดินขึ้นเครื่องไปนั่นแหละ หยุดร้องไห้ได้แล้ว แกจะสนุก ไปหาประสบการณ์ดีๆให้ชีวิตนู่นนน ไป๊!!!” พี่มร (ผู้ใหญ่วงการรถยนต์ท่านหนึ่งที่เคารพ) ให้พร...

“เธ๊ออออ เธอ เธอ เธอ เธออออ เดี๋ยวก็มีผู้ชง ผู้ชาย อะไรๆ มาจีบๆ อะไรจีบ งี้!!! เดี๋ยวก็เพลิดเพลินเจริญใจ จนไม่อยากจะกลับเมืองไทย
คอยดูเถิ๊ดดดด...” รุ่นน้องที่ทำงานเขย่าไหล่เราแรงๆ
“อีกนานแค่ไหนวะ กว่าพี่จะเจออ่ะ” เราถาม...
“ชั้นให้เวลาเธอ ครึ่งวัน!!! เคป่ะ??”
“อีบ้า!!” (เรายิ้มทั้งน้ำตา) “แต่ขอบใจนะ” (สาธุ ขอให้จริง ด้วยเถิดดด เพี้ยงงง ฮ่าๆๆ)

ถึงเวลาต้อง On Board แล้ว ใจยิ่งเต้นดังขึ้นเรื่อยๆ
เรากอดลาทุกคนอีกครั้ง...
เอาหล่ะ!! ต้องพร้อมแล้ว...เอาก็เอาวะ มาถึงขนาดนี้แล้ว นับตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตของผู้หญิงสวย เปรี้ยว เยี่ยวแทบราดคนนี้
ต้องดูแลเองแล้ว...ชีวิตมันต้องงี้ดิวะ ถ้ามันง่ายได้ดั่งใจทุกอย่างมันก็ไม่สนุกดิวะ พร้อมแล้วโว้ยยยยย...ป๊ายยยย!!!
เราพร้อมแล้ว...ปาดน้ำตา หน้าต้องเชิ่ด เดินให้เริ่ด... !!! ฮึ้บ ๆ ๆ ๆ

ก้าวต่อไปของเรา...
อีกเพียงแค่...ก้าวเดียว ที่จะก้าวเข้าช่อง “ตรวจหนังสือเดินทาง”
อีกเพียงแค่...ก้าวเดียว จะเป็นก้าวที่ไกลที่สุด ที่เคยออกจากบ้าน
ปลายทางมุ่งสู่ประเทศมหาอำนาจ แผ่นดินที่หลายๆคนฝันอยากจะไป........อเมริกาที่รัก.....แล้ว “เรา” จะรู้จักกัน!!!




credit : http://pantip.com/topic/30602755